วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2555

"ปลากระป๋อง" ของใกล้ตัวที่มัวแต่ลืม

“ปลาซาดีน” (ปลากระป๋องนั่นแหละ) – พระเอกของเราวันนี้


Uhh_Za พาชิม... มาแว้ว..!!!
สวัสดีครับ... พี่น้องทั้งหลาย ช่วงนี้น้ำท่วมบ้านท่วมเมือง  เดือดร้อนกันไปทุกหย่อมหญ้า  ไม่ว่าจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม มันก็เดือดร้อนกันทั้งนั้น  แม้กระทั้งตัวกระผมเองก็ยังได้รับผลกระทบไปด้วย

น้ำท่วมบ้าน  ท่วมเมือง ไม่มีงาน  ไม่มีเงิน  ร้านปิด (สนิท)  ไม่รู้ชะตากรรม... ว่างมากถึงมากที่สุด  จะช้าอยู่ใยเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส (จริงรึ) ... เลยใช้ช่วงเวลานี้ จัดเมนูเด็ดๆ ดีๆ เหมาะมากมากสำหรับสถานการณ์เยี่ยงนี้

มาเริ่มกันเลยดีกว่า... เมนูแรกของวันนี้คือ  ปลากระป๋อง 
 

ไอ้เจ้าปลากระป๋องของเรานี่แหละ (ซึ่งตอนนี้หาซื้อไม่ได้ง่ายๆ สำหรับพื้นที่ประสบอุทกภัย  แต่ปรากฏว่ามันมี... มันมีอยู่ในถุงยังชีพครับท่าน  อย่างแรกเลยครับกรณีที่สามารถใช้ไฟฟ้าได้สบายบรื๋อ..มาม่าปลากระป๋อง

มาม่าปลากระป๋อง... มันดูเหมือนจะง่ายนะครับ... แต่สำหรับผู้ประสบภัยอาจคิดอะไรไม่ออก วัตถุดิบหลักเราก็มีเพียงสองอย่าง... คือ  มาม่า (ยำยำ, ไวไว หรืออะไรก็แล้วแต่) และปลากระป๋อง (พระเอกของเราวันนี้...) ต้มน้ำขลุกขลิกให้พอท่วมเส้นบะหมี่ จนเส้นบะหมี่เริ่มอ่อนตัวนิดหน่อย... จึงลงปลากระป๋องไปเสีย อ้อ..!!! อย่าลืมนะครับว่าปลากระป๋องหนึ่งกระป๋อง มีปลาข้างในถึง 3 ตัว กรณีอยู่คนเดียวสามารถประกอบอาหารได้  3  จาน หรือ 3 มื้อครับ



กลับมาเข้าเรื่องต่อดีกว่า... พอใส่ปลากระป๋องเข้าไปแล้วอย่าคนนะครับเพราะจะทำให้เนื้อปลาแหลกดูไม่น่ารับประทาน (ยังจะเอาสวยงามอีก) แล้วหันดูรอบๆ ตัวเหลือผักอะไรบ้าง ใส่มันเข้าไปใส่ได้ทุกชนิดของผัก อย่าไปคำนึงว่าผักนี้ใส่ได้ไม่ได้ ขึ้นชื่อว่าผักใช้ได้หมด... การที่เราต้องต้มเส้นบะหมี่ก่อนนั้นเพราะ บะหมี่จะอ่อนตัวเร็วและง่ายก็ต่อเมื่อต้มกับน้ำเปล่าเท่านั้น เวลาใส่บะหมี่เข้าไปพร้อมกับปลากระป๋องจะทำให้เส้นไม่นุ่ม รับประทานอาจเสียรสชาติได้... ยังไงก็อย่าลืมเหยาะเกลือลงไปสักเล็กน้อย เป็นต้มจืดกลิ่นหอมกรุ่น (เพื่อความกลมกล่อม) มีมะนาวสักซีก พริกสดหรือพริกขี้หนูตบเบาๆ ใส่ลงไป คุณพระ... กลายเป็นบะหมี่ต้มยำปลาซาดีน ไปเสียแล้ว...

ส่วนบ้านใน ไม่มีเครื่องให้ความร้อนในการทำให้น้ำเดือด อย่าไปกลัวครับท่าน

จงละเมียดละมัยกับการนำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แกะห่อเบาๆ... วางลงไปในภาชนะ พร้อมกันนั้นนำน้ำเปล่าๆ บรรจงเทลงไปเพื่อแช่บะหมี่ไว้สัก 20-30 นาที... โอ้ไม่ไม่ไม่... อย่าคิดว่ามันจะเป็นการเสียเวลานะครับ... เพราะเวลาเรามีมากมาย ไม่หมดไม่สิ้น... หลังจากแช่ไว้ได้ความตามท้องเรื่องก็บรรจงรินน้ำออก... ระวังอย่าให้แม้แต่เส้นเล็กเส้นน้อยหลุดรอดไปจากเราได้...

หลังจากนั้น ก็นำปลากระป๋อง (พ่อยอดขมองอิ่ม) บรรจงวางมันลงไปที่บนเส้นบะหมี่... เอาช้อนกาแฟตักน้ำซอสในกระป๋องเทลงไปรอบๆ ตัวปลา  มีหอมซอย พริซอยหรือพริกป่น ก็ใส่เข้าไป มะนาวบีบนิด  โอ้... สปาเก็ตตี้ซีฟู๊ดดีๆ นี่เอง  ตะเกียบดีๆ บรรจงคีบเส้นติดเนื้อปลานิดๆ ใส่เข้าปาก โฮ๊ะ โฮ๊ะ โฮ๊ะ ซอสติดริมฝีปากตวัดลิ้นเก็บมันเข้าปากเสียให้เรียบ

แต่สำหรับบรรดาผู้ไม่ถนัดเส้นทั้งหลาย สไตล์ไทยแท้ๆ ก็ไม่ใช่ปัญหา ...

เปิดปลากระป๋องออกมา เทลงชามจานใหญ่ (เอาใหญ่เข้าข่ม) บรรจงเรียงปลาสวยงาม  ซอยหอมแดง  ต้นหอมผักชี หรือผักชีฝรั่ง พริกขี้หนูหรือพริกป่น มะนาวบีบ น้ำปลารึไม่ต้อง มันเค็มอยู่แล้ว  อีกอย่างตะไคร้ห้ามใช้ (เอาไว้ต้มยำ) 1 จาน 3 ตัว รับประทานได้ทั้งครอบครัวกับข้าวสวยร้อนๆ ใครชอบเค็มให้เติมน้ำปลาที่ข้าวจะได้อรรถรสกว่า ผักสดใช้ได้กับกรณีนี้ครับ กินได้กับผักสดทุกชนิดเช่นกัน... ยำปลากระป๋องชั้นดี หรือใครอยากกินแบบบ้านๆ ไม่ยากปลากระป๋องเปิดมาแล้วเทลงชาม เอาช้อนยีๆ ให้ละเอียด แล้วใส่เครื่องลาบ (เท่าที่มีนะครับ) เอาตั้งไปสักหน่อยหอมน่ารับประทานจริงๆ  กลายเป็นลาบปลากระป๋องเสียนี่

อ้อลืมไปแบ่งปลาไว้สักตัว (ปลาล้วนๆ ซอสเก็บไว้ในจานยำ) น้ำต้มเดือดๆ ใส่เกลือลงไป ข่าตะไคร้ ใบมะกรูด (ถ้ามี) ปรุงเครื่องได้ที่ นำปลาลงไปพอน้ำเดือดยกลงเติมมะนาว  อย่าเติมในเตาเพราะจะทำให้มะนาวเสียรสชาติ (วิชาการมาเชียว) ได้ปลาซาดีนต้มยำหรือต้มซุปซดน้ำร้อนๆ ชื่นใจ...



ดังนั้น... สิ่งที่ควรมีไว้ (ถ้ามีโอกาส) เครื่องเคียงครับ ไม่ว่าจะเป็นพริกขี้หนู พริกป่น (ได้จากเครื่องปรุงก๋วยเตี๋ยวที่ได้ให้มาเวลาเราซื้อก๋วยเตี๋ยวกินแล้วใช้ไม่หมดมีอยู่ทุกบ้าน) น้ำตาลด้วย เกลือ น้ำปลา หอมกระเทียม ต้นหอมผักชี ผักชีฝรั่ง ผักสดทุกชนิดเท่าที่หาได้...


ผู้เขียน... วันนี้ได้ทำยำปลากระป๋อง 1 จาน แต่กินได้ 2 มื้อ ขออนุญาตกินมากกว่าเดิมครึ่งตัว มื้อนี้ผมกินไปตัวครึ่ง อร่อยยอดไปเลย... แล้วคราวหน้าจะหาอะไรหนุกๆ มาให้ผ่อนคลายกันอีกนะครับ... วันนี้ไปดูป้าน้ำก่อน แว๊บบบบบบ....!!!!

"พี่แหนม" [พระเอกวันนี้]

Uhh_Zaa พาชิมมาแล้ว คราวนี้ถึงคิว "พี่แหนม" พระเอกวันนี้



“แหนม” ถึงคิวข้าดาราจำเป็น

Uhh_Zaa  พาชิมวันนี้  จะพาไปพบกับพระเอกของเรานั่นคือ “พี่แหนม” หรือ “จิ้นส้ม” เนื้อสัตว์ (ส่วนมากจะเป็นหมู) ที่หมักกับข้าว เกลือ น้ำตาล และดินประสิว (โปรแตสเซียมไนเตรท)

อาหารที่คุ้นเคยของชาวไทยทุกคน ที่หาซื้อได้ง่ายยิ่งกว่าซื้อน้ำเปล่าหรือน้ำอัดลม (ตอนน้ำท่วม) เสียอีก อีกอย่างผมว่าทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่าไอ้เจ้าพระเอกของเรานี่ ทำอะไรได้มากมายขนาดไหน อย่ากระนั้นเลย ด้วยความรู้เพียงเล็กน้อยและประสบการณ์อันด้อยค่าของผม... เลยถือวิสาสะ นำเสนออาหารหลากหลายรูปแบบที่ใช้ “แหนม” เป็นวัตถุดิบหลัก... ผ่าง..!!!


แหนม  มีอยู่หลายแบบ  ทั้งแหนมแท่ง (ใช้เครื่องจักรผลิต)  แหนมไฮโดร (แหนมที่ผ่านการฆ่าชื้อแล้ว) แหนมตุ้ม (อันนี้หลายๆ คนชอบ เพราะเค้าทำขนาดพอดีคำ รวมไปถึงแหนมหม้อ (อันนี้แฮนด์เมดครับ) นี่ผมยังไม่รวมแหนมข้อไก่ ซี่โครงแหนม เอ้ยแหนมซี่โครง แหนมปลา วุ๊ย...!!! (แต๋วออก) สารพัดแหนม  และไอ้ที่แหล่มที่สุดก็คือ  “แหนมเห็ด” สำหรับชาวมังสะวิรัติครับท่าน  ผมเคยไปชิมที่ร้าน พรรณพันธุ์  ที่เชียงใหม่ (ดูไฮโซป่าว…) อร่อยต้องบอกใครเลยครับ (ไม่เข้าใจว่าทำไม่ต้องอร่อยอย่าบอกใคร)



เริ่มจากเบสิกเลยนะครับ... แหนมทรงเครื่อง อันนี้ง่ายมากถูกปากชาวคอสุรา คอเบียร์ทั้งหลาย ก็ไม่ได้มีอะไรมากเอาแหนมมาหั่นเป็นชิ้นๆ พอคำมาวางเรียงรายแข่งขันกันประชันความงาม เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง อาทิ : ถั่วลิสงทอด พริกขี้หนู หอมแดง ขิงหั่นแว่น บางคนเอากระเทียมมาเคียงด้วยเพื่อบำรุงพลัง... เครื่องเคียงที่ว่าก็เอามาหั่นพอคำแบบหั่นเต๋าครับ เวลารับประทานก็จิ้มแหนมเข้าปากตามด้วยเครื่องเคียงทุกชนิดที่หาได้ ถ้าจะให้เข้าทีตบท้ายด้วยผักชีที่เป็นต้นๆ (หั่นเอารากไว้ทำน้ำซุป) คุณผู้อ่านครับ... สุดยอดจริงๆ เลย (ทำเสียงแบบอาฉีเสียงหล่อ)



แต่... เดี๋ยวก่อน (เสียงเบรกล้อดังเอี๊ยด) กรณีเพิ่มรสชาติให้ พี่แหนมของเรา มายากอะไรเสียเวลาเพิ่มอีกหน่อยคุณจะได้

อาหารชนิดใหม่ขึ้นมาทันที ไม่ยากอะไรเลยครับ แหนมในจานที่เรียงรายอยู่นั้น จับมันเอามาชุบแป้งทอดกรอบครั้งนึง ตามด้วยชุบใข่เป็นครั้งที่สอง  ท้ายที่สุดก็ชุบเกล็ดขนมปัง แล้วนำลงไปในกระทะไฟพอดี... ว๊าก ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ ๆ นั่นก็จะกลายเป็น “เจ้าเงาะถอดรูป” ทันที... เพราะนอกจากสีสันจะเหลืองอร่ามแล้วรสชาติที่ได้รับก็จะหอมน่ากิน กัดเข้าไปแต่ละคำนะ... กรอบนอกนุ่มใน ให้รสชาติแปลกใหม่ (ใช้เครื่องเคียงเดิม)... อันนี้ตอนผมทำร้านอาหารก็มีในเมนู... เสียเวลาสั่งแหนมมาจากเชียงใหม่ แหนมหม้อมันจะนุ่ม ขายดิบขายดีครับพี่น้อง

กลับเข้ามาเข้าครัวในบ้านกันดีกว่าครับ... คราวนี้จะไปยากอะไร ซื้อแหนมติดตู้เย็นไว้หน่อย... วันนี้ไม่รู้จะกินอะไร แทนที่จะเจียวใข่เปล่าๆ ก็ยีแหยมลงไปคลุกด้วยสักหน่อยเป็น “ไข่เจียวแหนม” ... เน้นนะครับว่ายีไม่ใช่หั่น ที่เหลือแทบไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่มเลยครับ เจียวร้อนๆ โปะไปบนข้าวสวย... สุดจะบรรยายครับ...

หรืออยากสร้างสรรค์... จะไปยากอะไร “ข้าวผัดแหนม” อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อย่าท้เป็นเล่นไป เพื่อนผมบางคนมันกินแต่ข้าวผัดแหนมอย่างเดียวเลยครับ ข้าวผัดใครผัดไม่เป็นก็อย่าไปกินมันเลยครับ... ก็เปลี่ยนจากหมูหรือไก่ มาเป็นแหนม... เป็นอันเสร็จพิธี



แต่... แต่... แต่... ไอ้กระผมอยากดูดีกว่านี้ทำไงดี ก็จะไปยากอะไร  ไปหาหอมหัวใหญ่มา พริกชี้ฟ้าแดงสักนิด ต้นหอมหั่นท่อน ไข่ไก่สักฟอง กระเทียม (แล้วแต่จะชอบ) อะฮ้า... “แหนมผัดไข่” ครับท่านผู้ชม... ก็น้ำมันพืชลงไปนิด แหนมยีๆ ลงผัด ตามด้วยไข่ไก้ ผัดไปมาไฟปานกลางนะครับ เพราะแหนมจะติดกระทะ ตามด้วยหอมหัวใหญ่ ก่อนจะยกขึ้นจากเตาก็เอาต้นหอมไปผัดรวมพร้อมกับพริกชี้ฟ้าแดง (อันนี้เอาสวยด้วยและได้กลิ่นด้วย) ก่อนเสิร์ฟก็โยนพริกขี้หนูสวนลงไป กระเทียมหั่นลงไปสดๆ เหยาะพริกไทยไปอีกนิด... จบครับจบ ไม่ต้องทำอะไรอีกแล้ว...เชิญรับทาน อ้อ... บางท่านเอาวุ้นส้นเข้าไปผัดด้วยถ้าแบบนี้ก็กินแทนข้าวได้เลยอะดี ฮี่ ฮี่ ฮี่

อีกอย่างที่ผมชอบครับ “ยำแหนมสด” ก็แค่แหนมนำมายี พริกขี้หนูซอย หอมแดงซอย ขิงซอย พริกทอด ต้นหอมผักชีอีกหน่อย เอามาคลุกเคล้ารวมกัน ถ้าแหนมยังไม่เปรี้ยวก็บีบมะนาวไปหน่อย น้ำปลาดีสักนิด ส่วนใครชอบความมันก็เอาถั่วลิสงลงไปคลุกด้วย เสิร์ฟพร้อมผักสดเป็นกับแกล้มชั้นยอดได้เช่นกัน



ส่วนใครจะนำพี่แหนมมาทำมาหากิน ก็จะไปยากอะไรที่เค้าเรียก “แหนมคลุก” ไงครับ ง่ายมากถึงมากที่สุด เพราะแค่นำแหนมมา หนังหมูลวก บางเจ้ามีหมูสับ คลุกเคล้ากับถั่วลิสง พริกป่น ขิงซอย หอมแดง ต้นหอมซอย น้ำปลา มะนาว น้ำตาลนิดก็ได้คลุก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เสร็จ ง่ายใช่มั๊ยครับ... แต่อย่าลืมข้าวทอดด้วยนะครับนำมาร่วมวงสนทนานี้ด้วย ข้าวทอดก็ไม่ยากอะไร  แค่ข้าวสวยคลุกกับพริกแกงแดง (สูตรของผมเอง) นิดหน่อย ปั้นๆ เอามาทอดให้เหลืองเป็นพอ เอามายีๆ ปนไปด้วยกัน ผักสดที่ขาดไม่ได้น่าจัชะเป็นใบชะพูนะครับ... เพราะเวลารับประทานก็เอาใบชะพูมาทำเป็นกรวยแล้วตักแหนมคลุกใส่ แล้วนำเข้าปากพร้อมๆ กัน อะจ๊าก..!!!  อยากเผ็ดก็กินพริกขี้หนูทอดตาม... บางท่านเอาหมี่กรอบผสมลงไปด้วย ก็ได้รสชาติอีกแบบ.... โอยเหนื่อย... ทำไมมันเยอะแยะขนาดนี้...



ส่งท้ายด้วยเมนูขั้นเทพครับ  “หลนแหนม”  อาหารชาววังขึ้นชื่อ..แต่ เอวังไหนหว่า..???  แหนม (พระเอกของเรา) กะทิ หอมแดงซอย พริกขี้หนูเป็นเม็ดๆ พริกหยวกหั่นท่อน  ไข่ไก่ขาว ใบมะกรูดฉีก ตั้งกะทิจนเกือบเดือดแล้วนำทุกอย่างใส่พร้อมกัน ไฟอ่อนๆ พอเดือดปรุงรสด้วยน้ำปลาดี น้ำตาลปีป และน้ำมะขามเปียก ชิมรสจนได้ที่ยกลง โรยหน้าด้วยผักชี พริกสด เสิร์ฟพร้อมผักสด โดยเฉพาะขมิ้นขาว... โอยอีก  ดูดีมีชาติตระกูลทันที

เฮ่อ... จบเสียที พี่แหนม  เล่นเอาผมเมื่อยมือเลย  นักพิมพ์ดีดจิ้มนิ้วเดียวก็อย่างนี้แหละครับ... เป็นอันเสร็จพิธีสำหรับวันนี้นะครับ ผิดพลาดประการใดผมไม่รับทั้งสิ้น  แต่ถ้าทำตามแล้วอร่อยเอร็ดไปกับผมก็ชมกันกลับมานะครับ



ผักเอ๋ย... ผักชีโรยหน้า ไม่ว่าจะทำอะไร ขอให้โรยไว้ก่อน

ไว้เจอกันคราวหน้า  Uhh_Zaa จะพาไปเจอกับอะไรรอลุ้นดูนะครับ... วันนี้ไปทำแหนมผัดไข่กินก่อนจ้า...แว๊ปปปปปป..!!!